วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555


ประวัติบริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)
มีประวัติการจัดตั้งและการพัฒนาการที่สำคัญ ปรากฏดังนี้       
 มีนาคม 2532 จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท
 มิถุนายน 2533 จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท 99 กรุ๊ปเซ็นเตอร์ จำกัดขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่าย กระดาษให้แก่ผู้ บริโภคขั้นสุดท้าย และจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไฮ-เทค เปเปอร์ จำกัด เพื่อก่อสร้างโรงงาน ผลิตกระดาษพิมพ์ เขียนชนิดไม่เคลือบผิวที่ บ้านแหลมเขาจันทร์ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสาร คาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กำลังการผลิต 41,000 ตันต่อปี เพื่อเป็นโรงเรียนก่อนการสร้างความสำเร็จของโรงเยื่อและกระดาษใหญ่ในปราจีนบุรี
กันยายน 2536 ลงนามในสัญญาให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนชนิดเคลือบผิว กับบริษัท โอจิ เปเปอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระดาษคุณภาพดีรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น
ธันวาคม 2536 ลงนามในสัญญาแต่งตั้งที่ปรึกษาในการบริหารโครงการเยื่อและกระดาษ (Project Management Service) กับบริษัท Jaakko P?yry Oy จำกัด ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงรายหนึ่งในวงการอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษและกระดาษโลก
กุมภาพันธ์ 2537 จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน)
กุมภาพันธ์ 2538  เริ่มติดตั้งเครื่องจักรในโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ โรงที่ 1
สิงหาคม 2538 การก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียแล้วเสร็จสมบูรณ์ โรงบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ เป็นระบบการบำบัดน้ำเสีย โดยใช้แบคทีเรียย่อยสลายสิ่งสกปรกด้วยกระบวนการ Extended Aeration Activated Sludge Process ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากประเทศสวีเดน
กันยายน 2538  บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อซื้อและจำหน่ายไฟฟ้าให้ กับการไฟฟ้าฯ.
พฤศจิกายน 2538 บริษัทฯ ทดลองเดินเครื่องผลิตกระดาษ เพื่อผลิตกระดาษพิมพ์เขียนชนิดไม่เคลือบผิวโรงงานกระดาษ โรงที่ 1 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2538
การก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จสมบูรณ์ และสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ โดยมีกำลังการผลิตรวม 74 เมกะวัตต์
ไตรมาสที่ 4 ปี 2538 เริ่มติดตั้งเครื่องจักรโรงงานกระดาษเคลือบผิวของโรงกระดาษ โรงที่ 1
กุมภาพันธ์ 2539  โรงเยื่อกระดาษ โรงที่ 1 เริ่มทำการผลิต
กรกฎาคม 2539 เปิดตัวบริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2539
กรกฎาคม 2539 โรงงานผลิตกระดาษชนิดเคลือบผิว ได้เริ่มทดลองการผลิตกระดาษ และเริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายในไตรมาสที่ 4 ในปีเดียวกัน
ธันวาคม 2539 โรงงานผลิตกระดาษพิมพ์เขียนชนิดไม่เคลือบผิว โรงงานกระดาษ โรงที่ 2 ในนามบริษัท แอ๊ดวานซ์ เปเปอร์ จำกัด เริ่มทดลองการผลิต
ปี 2539 บริษัทฯ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประจำปี 2539 ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
พฤศจิกายน 2540 บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษครบ วงจรรายแรกในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม จากสถานบัน AJA EQS ประเทศอังกฤษ ในแบบแผนของ UKAS (UNITED KINGDOM ACCREDITATION SERVICE) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2540
เมษายน 2541 โรงเยื่อกระดาษ โรงที่ 2 ในนามบริษัท เอ.เอ. พัลพ์มิลล์ 2 เริ่มทำการผลิตและส่งออกเยื่อกระดาษสู่ยุโรปได้ตั้งแต่พฤษภาคมปีเดียวกัน
กุมภาพันธ์ 2543 เปิดตัวผลิตภัณฑ์กระดาษ ดั๊บเบิ้ล เอ ขนาด A4 80 แกรม ในงาน BOI Fair ณ อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี
มีนาคม 2544บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2000 ซึ่งเป็นมาตรฐาน การจัดการคุณภาพจากสถาบัน AJA EQS ประเทสอังกฤษ ในแบบแผนของ UKAS (UNITED KINGDOM ACCREDITATION SERVICE) เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2544
ปี 2545ก่อตั้งศูนย์ถ่ายเอกสาร ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์
ปี 2548บริษัทฯ ออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐมูลค่า 250 ล้านเหรียญ วันที่ 19 ธันวาคม
ปี 2551บริษัทฯ ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 17 เมษายน
ปี 2553จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) วันที่ 3 พฤษภาคม บริษัทฯออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทมูลค่า 5,000 ล้านบาท วันที่ 11 มิถุนายน
บริษัทฯออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทมูลค่า 2,500 ล้านบาท วันที่ 27 สิงหาคม


นโยบาย
บริษัทฯเชื่อว่าการรักษาสภาพแวดล้อมให้ยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ประสานให้เกื้อกูลซึ่งกันและกันได้ ดังนั้น ฝ่ายบริหารจึงตระหนักเป็นอย่างดีถึงความรับผิดชอบเอาใจใส่ดูแลสิ่งแวดล้อม สถานประกอบการของบริษัทฯ อีกทั้งยังมุ่งมั่นดำเนินการตามกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมแล้วเอาใจใส่ทุกขั้นตอนการดำเนินงาน โดยมีปณิธานแนวแน่ในการดำเนินงานดังต่อไปนี้
1.เลือกใช้กระบวนการ อุปกรณ์ และระบบผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
2.เลือกใช้วัตถุดิบและพลังงานในกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
3.ดูแลการผลิตลและดำเนินการงานเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐอย่างเคร่งครัด
4.ส่งเสริมและสนับสนุนผู้จัดหาวัตถุดิบ และการบริหารงานที่ดีแสดงความรับผิดชอบในการดำเนินการตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

วัตถุประสงค์ของธุรกิจ
การประกอบธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบ
ธุรกิจต้องการ คือ กำไร แต่นอกเหนือจากกำไรแล้ว ยังมีสิ่งอื่นอีกที่ธุรกิจจะต้องคำนึงถึง
เช่น ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อลูกจ้าง
พนักงาน ฯลฯ
          วัตถุประสงค์ของธุรกิจ (Business Goals) ที่สำคัญมีดังนี้
          1. เพื่อความมั่นคงของกิจการ เมื่อธุรกิจเริ่มดำเนินการขึ้น เจ้าของธุรกิจก็มี
ความประสงค์จะผลิตสินค้า หรือบริการเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคต่อไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีที่สิ้นสุด
          2. เพื่อความเจริญเติบโตของธุรกิจ นอกจากความมั่นคงของกิจการแล้ว ธุรกิจ
ยังต้องการที่จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยการขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น มีสาขาเพิ่มขึ้น มี
พนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นคงทั้งทางการเงินและฐานะทางสังคม
          3. เพื่อผลประโยชน์หรือกำไร สิ่งที่จูงใจให้เจ้าของธุรกิจดำเนินธุรกิจต่อไป คือ
กำไร ถ้าธุรกิจไม่มีกำไรกิจการนั้นก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ การที่ธุรกิจจะมีกำไรได้นั้น
คือ ต้องจำหน่ายสินค้าหรือได้รับค่าบริการในราคาสูงกว่าค่าใช้จ่าย หรือต้นทุนที่ได้เสียไปใน
การผลิตสินค้าหรือบริการนั้น
          4. เพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม การดำเนินธุรกิจจะต้องคำนึงถึงจารีตประเพณี
ศีลธรรมอันดีงามของสังคมด้วย ธุรกิจจะต้องไม่ดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อ
ประเพณี ศีลธรรมอันดีงามของสังคม ธุรกิจจะต้องคำนึงถึงผู้บริโภค คำนึงถึงสภาพแวดล้อม
ต้องช่วยพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของสังคมให้ดีขึ้น เช่น การไม่ปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำ
ลำคลอง การไม่ผลิตสินค้าที่มีสารพิษตกค้าง การไม่ตัดไม้ทำลายป่า การไม่ก่อให้เกิด
มลพิษ ฯล

ปัญหาภายในแผนก

แผนกการขาย
                มีหน้าที่ในการบริการจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้า โดยแผนกการขายจะมีการเก็บข้อมูลลูกค้าที่สั่งซื้อและข้อมูลการส่งของ
ปัญหาแผนกการขาย
1. เปลืองพื้อนที่ในการจัดเก็บแฟ้มเอกสาร เพราะเอกสารแต่ละชนิดจะจัดเก็บอยู่ในแฟ้ม
                2. ค้นหาเอกสารได้ยากเนื่องจากเอกสารมีเยอะ และจัดเก็บไว้หลายที่
                3. ข้อมูลมีการสูญหาย   เพราะไม่สามรถตรวจสอบได้ว่าเอกสารอยู่ตรงไหน เนื่องจากการเก็บเอกสารยังมาเป็นระบบ
                4. ข้อมูลมีการซับซ้อน เนื่องจากลุกค้า 1 ท่านมาซ้อของหลายครั้ง แต่พนักงานขายเก็บข้อมูลทุกครั้งทำให้เอกสารซ้ำซ้อน
                5. เอกสารมีจำนวนมาก ทำให้การจักเก็บไม่เป็นระเบียบ

แผนกจัดส่งสินค้า
                มีหน้าที่จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า  โดยรับสินค้าจากแผนกครังสินค้า
ปัญหาแผนกจัดส่งสินค้า
                1. เอกสารข้อมูลมีจนวนมาก เนืองจากสินค้ามีหลายชนิดและหลายขนาด ทำให้การจัดเก็บเอกสารไม่เป็นระเบียบ
                2. เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บแฟ้มเอกสารทุกชนิด   จัดเอกสารภายในแฟ้ม   ค้นหาเอกสารข้อมูลสินค้าได้ยาก เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก และจัดเก็บไม่เป็นระบบ
                3. ถ้าข้อมูงสูญหาย   จะทำให้ไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้   อาจทำให้ลูกค้าไม่พอใจ
                4. ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าอาจใช้เวลานาน เนื่องจากต้องมีดารค้นหาข้อมูลลูกค้าก่อน

แผนกการผลิต
                มีหน้าที่ในการผลิตให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า
ปัญหาแผนกการผลิต
ปัญหาการผลิตสินค้าเกิดการล่าช้าไม่ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด  และไม่ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด   และไม่ต้องการที่กำหนดไว้
                1.สินค้าไม่มาตามกำหนด
                2. สินค้าไม่ครบตามจำนวนที่สั่งซื้อ
แผนกการบัญชี
                หน้าที่จัดการเงินค่าสินค้าและจัดทำบัญชีของบริษัทพร้อมทั้งทำรายงานงบการเงินเสนอผู้บริหารโดยผู้รับผิดชอบสั่งซื้อจากแผนกการขาย
ปัญหาของแผนกบัญชี
1. เอกสารมีจำนวนมาก   และจัดเก็บไม่เป็นระเบียบ
2. เปลือนพื้นที่ในการจัดเก็บแฟ้มเอกสาร   เพราะเอกสารทุกชนิดต้องเก็บภายในแฟ้ม
3. ค้นหาเอกสารได้ยาก   เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก   และจัดเก็บไม่เป็นระบบ
4. เอกสารสูญหาย   เพราะมีจำนวนมากและเอกสารส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเงินหากสูญหายบริษัทก็ได้รับความเสียหายจำนวนมาก
5. การตรวจสอบเกี่ยวกับข้อมูลทางการเงินทำได้ช้า    และไม่สะดวกรวดเร็ว
6. ข้อมูลอาจเกิดความผิดพลาด    หรือเอกสารไม่ถูกต้อง

แผนกคลังสินค้า
แผนกสินค้ามีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าและรับซ่อมสินค้าจากแผนกการขายสินค้าเพื่อจัดส่งไปยังแผนกจัดส่งสินค้า
ปัญหาของแผนกคลังสินค้า
                1. เอกสารข้อมูลมีจำนวนมาก   เนื่องจากสินค้ามีหลายชนิด
                2. เปลืองพื้นที่ในการตรวจสอบและจัดเก็บเอกสาร   เพราะเอกสารทุกชนิดจะจัดเก็บภายในแฟ้ม
                3. ค้นหาเอกสารข้อมูลหายได้ยาก    เนื้องจากเอกสารมีจำนวนมากและจัดเก็บไม่เป็นระเบียบ
                4. ในการเช็คสต๊อกอาจเกิดความผิดพลาดขึ้น   เนื้องจากสินค้าจัดเก็บอยู่หลายที่ทำให้ไม่สามารถเช็คได้

แผนกซ่อมบำรุง
แผนกซ่อมบำรุงมีหน้าที่ในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ที่ชำรุด    และหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ให้ใช้งานได้เสมอ
ปัญหาของแผนกซ่อมบำรุง
                1. ตรวจสอบไม่ตรงจุด
                2. ทำงานล่าช้า
                3. ขาดความรู้ด้านโครงสร้าง
ปัญหาระหว่างแผนก
แผนกซ่อมบำรุ่ง-แผนกบัญชี
                -เบิกเงินในซ่อมบำรุ่งล้าช้า
แผนกบัญชี-แผนกซ่อมบำรุ่ง
                -บัญชีไม่ทราบยอดการใช้จ่ายในการซ่อมบำรุ่ง
แผนกซ่อมบำรุ่ง-แผนกจัดซื้อสินค้า
                -เกิดการซ่อมแซมล่าช้าเพราะจัดซื่ออุปกรณ์ล่าช้า
แผนกการผลิตสินค้า-แผนกซ่อมบำรุ่ง
                -ฝ่ายซ่อมบำรุ่งไม่ทราบจุดปกพร้องทีแน่นนอนของแผนกการผลิตทำให้เกิดความล่าช้าในการผลิตสินค้า
แผนกการผลิต-แผนกการขาย
                -รายการสินค้าที่มาจากแผนกการขายเกิดความล้าช้าไม่ชัดเจน
                -อาจมีรายการสินค้าตกหล่นไม่ชัดเจน
แผนกการคลัง-แผนกผลิตสินค้า
                -ปัญหาการจัดเก็บเป็นสินค้า การเคลื่อนย้ายสินค้า
แผนกจัดซื่อ-แผนกบัญชี
                -การเบิกเงินในการซื่อมีความล้าช้า
                -บัญชีไม่ทราบยอดที่แน่นนอนในการจัดซื่อ
แผนกจัดซื่อ-แผนกผลิตสินค้า
                -การจัดซื่ออุปกรณ์กรการผลิตอาจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
แผนกบัญชีกับจัดส่งสินค้า
                -ถ้าแผนกคลังสินค้าไม่แจ้งยอดให้แผนกบัญชีทราบบัญชีก็ไม่สามารถทำงบการเงินได้เพราะต้องทราบยอดสินค้าและคงเหลือแต่ละงวด

สรุปปัญหาทั้งหมด
                1.เอกสารมีจำนวนมากและจัดเก็บไม่เป็นระบบ
                2.เปลื้องพื้นที่ในการจัดเอกสารเพราะเอกสารทุกชนิดต้องเก็บไว้ภายในแฟ้ม
                3.ค้นหาเอกสารได้ยากเนื้องจากมีเอกสารจำนวนมากและจัดเก็บไม่เป็นระเบียบ
                4.เอกสารสูญหายเพราะเอกสารมีจำนวนมากและเอกสารส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเงินหากสูญหายบริษัทจะได้รับความสูญหายมาก
                5. การตรวจสอบเกี่ยวกับข้อมูลทางการเงินตรวจสอบได้ช้าไม่สะดวกรวดเร็ว
                6. ข้อมูลอาจเกิดการผิดพลาดหรือเอกสารไม่ถูกต้อง
                7. ในการเช็คสต๊อกอาจเกิดการผิดพลาดขึ้นเนื้องจากสินค้าจัดเก็บอยู่หลายที่ทำให้ผิดพฃาดในการตรวจเช็คได้
                8.การซ่อมบำรุงไม่ตรงจุดทำให้เกิดการล่าช้า
                9. ขาดความรู้ทางด้านโครงสร้าแต่ละชนิด
                10. ข้อมูลมีการซั้มช้อนเนื้องจากลูกค้า 1 ท่านมาซื้อสิ้นค้าหลายครั้งพนักงานขายก็บข้อมูลทุกครั้งทำให้เอกสารซ้ำซ้อน
                11. ถ้าข้อมูลสูญหาย
                12. ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้า อาจใช้เวลานาน เพราะจะต้องมีการค้นหาข้อมูลลูกค้าก่อน
                13. สั่งสินค้าแล้วไม่มาตามกำหนดการณ์
                14. สินค้าได้ไม่ครบตามจำนวนการสั่งซื้อ
                15. สินจัดซื้อไม่ตรงตามต้องการ
                16. การเบิกเงินมีการล้าช้า
                17. บัญชีไม่ทราบยอดที่แน่นอน
                18. การล่าช้าในการจัดซื้ออุปกรณ์การผลิต
                19. บัญชีไม่ทราบการเบิกจ่ายเงินในแต่ละแผนก
                20. เกิดการซ้อมแบบล่าช้าเพราะขาดทักษะและโครงสร้างรวมถึงองค์ประกอบในซ่อมและปรับปรุง
                21. การผลิตสินค้าไม่พอสำหรับความต้องการในตลาด
                22. รายการสินค้าเพิ่มมาจากการขายทำให้เกิดความผิดพลาดหรือเกิดความล่าช้าไม่ชัดเจน
                23. อาจมีการตกหล่นทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามยอดที่แน่นอน
                24. ปัญหาการจัดเก็บสินค้าการเคลื่อนย้ายจากฝ่ายผลิตไปยังคลัง
                25. ปัญหาลุกค้าชำระเงินแล้วมัดจำเงินแล้ว

ระบบที่จะนำมาแก้ปัญหา
1.ระบบบัญชีรายรับ รายจ่ายและสั่งชื้อสินค้า
2.ระบบการจัดเก็บเอกสาร
3..ระบบการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า
4.ระบบการส่งเอกสารระหว่างแผนก
5.ระบบการพัฒนาการผลิต
6.ระบบการจัดส่งสินค้าและตรวจเช็คสินค้าในสต็อก
7.ระบบการปรับปรุงและซ่อมแซม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น